ขึ้นชื่อว่าทำบุญ แน่นอนครับเป็นเรื่องที่ดี และดีมากๆ สำหรับวิถีความเชื่อชาวพุทธ การทำบุญวันเกิด ก็เป็นงานบุญที่แต่ล่ะคนก็มีวิถีการในการทำบุญที่แตกต่างกันออกไปบทความนี้ ผมขอเขียนขึ้นมาจากความรู้ผสมรวมกับความคิดส่วนตัวของผมเอง กับมุมมองในการทำบุญวันเกิด ท่านผู้อ่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ขอให้เชื่อเถอะครับว่า ผมมีความเจตนาในการนำเสนอเรื่องราวมุมมองเกี่ยวกับการทำบุญวันเกิดเพื่ออย่างน้อย หวังให้ท่านผู้อ่าน ได้มีข้อคิดเล็กๆ กลับไป ได้สำนึกรักบุคคลสำคัญซักคน ใครล่ะ…………..
แม่ครับผมรักแม่!!!!! เป็นประโยคที่ผมไม่ค่อยได้พูดกับแม่เลย ผมเองก้อรู้อยู่เต็มอกน่ะ ชีวิตคนเราสั้นนัก ถ้าชาตินี้ไม่ทำ แล้วจะทำกันชาติไหน
ปี ล่ะครั้งกับการทำบุญวันเกิด สำหรับผมแล้วผมจะทำบุญ ทำทาน ทุกปีไม่มีเว้น อุทิศผลบุญที่ได้ทำให้กับ พระคุณพ่อแม่ เช้าใส่บาตรหรือถวานอาหารกับข้าวสุกที่วัด กรวดน้ำ ช่วงสายเมื่อปีที่ผ่านมา ผมไปบริจาคโลงศพที่วัดโสภณวนารามทางไปแม่ริม ปีก่อนโน่น ผมพาพ่อแม่เที่ยวทำบุญตามวัดต่างๆ พาแม่หาของอร่อยกิน เอามาเล่าให้ฟังครับ แล้วคุณล่ะทำอะไรให้กับพ่อแม่ ในวันคล้ายวันเกิดของคุณ
ตั้งแต่เล็กจนโต ผมมีงานเลี้ยงฉลองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเป็นครั้งแรกและจะเป็นครั้งเดียวของผม แม่เป็นคนจัดงานวันเกิดให้ผม ซื้อเค็ก 2 ปอนด์ครีมวานิลามาให้ผม ชวนเพื่อนๆ มากินเลี้ยงที่บ้าน แม่เป็นคนชวนเพื่อนของผมให้มาที่บ้าน แม่เป็นคนทำอาหารทั้งหมดให้ทานในครั้งนั้น และออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ครั้งเมื่อผมมีอายุได้ 12 ขวบปี น่าจะดีใจน่ะครับที่แม่จัดงานวันเกิดให้ มีเค้กวันเกิดให้ จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ เมื่อผมโตขึ้นมา ได้อ่านบทกลอน บทหนึ่ง ผมแน่นอก และน้ำตาร่วงในที่สุด
คำแนะนำก่อนอ่าน
ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะอ่านบทกลอนนี้ ขอให้ท่าน ทำจิตใจให้ว่าง สูดหายใจเข้าลึกๆ มีสมาธิ มีสติกับกลอนนี้ อ่านช้าๆ แล้วคิดตาม
งานวันเกิด ยิ่งใหญ่ ใครคนนั้น ฉลองกัน ในกลุ่ม ผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศ สรรเสริญ เพลินทนง วันเกิดส่ง ชีพสั้น เร่งวันตาย
ณ มุมหนึ่ง ซึ่งเหงา น่าเศร้านัก หญิงแก่แก่ นั่งหงอย และคอยหาย
โอ้วันนี้ ในวันนั้น อันตราย แม่คลอดสาย โลหิต แทบปลิดชนม์
วันเกิดลูก เกือบคล้าย วันตายแม่ เจ็บท้องแท้ เท่าไร ก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มท้อง กว่าคลอด รอดเป็นคน เติบโตจน บัดนี้ นี่เพราะใคร
แม่เจ็บเจียน ขาดใจ ในวันนั้น กลับเป็นวัน ลูกฉลอง กันผ่องใส
ได้ชีวิต แล้วก็เหลิง ระเริงใจ ลืมผู้ให้ ชีวิต อนิจจา
ไฉนเรา เรียกกัน ว่า\”วันเกิด\”
\”วันผู้ให้ กำเนิด\” จะถูกกว่า
คำอวยพร ที่เขียน ควรเปลี่ยนมา ให้มารดา คุณเป็นสุข จึงถูกแท้
เลิกจัดงาน วันเกิด กันเถิดนะ ควรแต่จะ คุกเข่า กราบเท้าแม่
รำลึกถึง พระคุณ อบอุ่นแด อย่ามัวแต่ จัดงาน ประจานตัว
ทำบุญวันเกิดทุกครั้งผมอุทิศผลบุญให้พ่อกับแม่หมดเลย ขอให้พ่อแม่มีความสุขกับชีวิตในชาตินี้และชาติต่อๆไป คำอธิษฐานเมื่อทำบุญวันเกิด
ทำบุญวันเกิด การปล่อยปลาสะเดาะห์เคราะห์
การ ปล่อยปลาถือว่า เป็นการปล่อยเคราะห์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าผู้เคราะห์ไม่ดี จำทำบุญให้ชีวิตสัตว์ จะถือเป็นกุศลใหญ่เพราะตั้งใจให้ทานชีวิตสัตว์ ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นและแก้ไขดวงชะตาได้ให้พ้นเคราะห์ได้
การปล่อยปลาแทนการส่งเคราะห์ดังนี้
1. ปล่อยปลาไหล ช่วยด้าน การงานราบรื่นขึ้น
2. ปล่อยหอยขม ช่วยด้าน ให้พ้นความขมขื่นเรื่องต่างๆ
3. ปล่อยเต่า ช่วยด้าน ให้อายุยืนขึ้น
4. ปล่อยปลาหมอ ช่วยด้าน ให้โรคภัยหาย
5. ปล่อยปลาช่อน ช่วยด้าน ให้แคว้นคลาดต่างๆ
6. ปล่อยปลาทั่วไป ช่วยด้าน ให้ร่มเย็นเป็นสุข
คำอธิฐานในการปล่อยปลา
ข้าพเจ้าชื่อ…………………………………………………นามสกุล……………………………………………………. ลูกขอตั้งจิตถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสากลโลก วันนี้ลูกตั้งจิตเป็นมหากุศลในการให้ทานชีวิตสัตว์คือ…………………วันนี้ลูกขอ ปล่อยท่านทั้งหลายให้เป็นอิสระให้ชีวิตท่าน หากลูกมีเคราะห์ขอให้ไปกับสรรพสัตว์ ขอบุญกุศลนี้ส่งผลให้ข้าพเจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น พ้นเคราะห์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย สิ่งไม่ดีทั้งหลายให้ออกไปจากตัวลูกด้วยเถอะ สาธุ
โดยการปล่อยปลาหรือปล่อยสัตว์ต่างๆนี้ ขอเพียงท่านมีจิตใจบริสิทธิ์ จะเป็นบุญกุศลที่แรงยิ่ง
หากมีโอกาสก็ขอให้ทำบุญด้วยการปล่อยปลาหรือสัตว์ได้ไม่ว่าจะโอกาสพิเศษใด เช่น การทำบุญวันเกิด , การทำบุญประจำปี หรือการทำบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร
อันประเพณีที่จะ ทำบุญวันเกิด ขึ้นนี้เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่าการมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้ นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นสาเหตุให้ มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา
การที่ทรงทำในครั้งนั้นปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกัน ชุกชุมขึ้น แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่ เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์ ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า “หล่อพระชนมพรรษา” ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้นและมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้ แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้
Read the rest of this entry »
ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของเว็บไซต์ JaideeSpace.com Free WP Blogs for Everyone. นี่คือข้อความโพสต์ครั้งแรก, ท่านสามารถแก้ไขหรือลบข้อความนี้โดยการ Login เข้าสู่ระบบของท่านเอง, ขอให้สนุกกับการใช้งานระบบของเรา.